เหนือสุดในสยาม
ชายแดนสามแผ่นดิน
ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา
เชียงราย เหนือสุดยอดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา
เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯเป็นระยะทาง 829 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 11,678 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำหลายสาย แบ่งการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ และ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเชียงของ อำเภอพาน อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอป่าแดด อำเภอเวียงชัย อำเภอพญาเม็งราย อำเภอเทิง อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอขุนตาล อำเภอแม่ลาว กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง และกิ่งอำเภอดอยหลวง
สถานที่ท่องเที่ยว
อำเภอเวียงป่าเป้า
- เวียงกาหลง (ชุมชนโบราณและแหล่งผลิตเครื่องถ้วยที่สำคัญของดินแดนล้านนาในอดีต)
- น้ำตกขุนแจ (บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับปิกนิกและกางเต็นท์ )
- อุทยานแห่งชาติขุนแจ
- บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ (มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 3 บ่อ บริเวณบ่อน้ำร้อนมีชาวบ้านนำไข่มาขายเพื่อให้นักท่องเที่ยวทดสอบต้มในบ่อน้ำ ร้อน)
- สวนป่าแม่ยาว-แม่ซ้าย (สำนักงานอนุรักษ์และพัฒนาสวนป่า)
- วัดร่องขุ่น (ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อุโบสถประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก)
- พระธาตุดอยตุง (เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีกุน)
- ไร่แม่ฟ้าหลวง (เป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุอันล้ำค่าของวัฒนธรรมล้านนา เชิญนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในหอคำ ชมงานนิทรรศการเรื่องไม้สัก พร้อมชมงานศิลปะพื้นบ้านในหอแก้ว ล้อมรอบตัวด้วยบึงน้ำอันสงบเงียบ มีสวนไม้หอมและพฤกษานานาพรรณ)
- กู่พระเจ้าเม็งราย
- ล่องแก่งแม่กก ท่าตอน-เชียงราย (จุดท่องเที่ยวทางน้ำ (จากท่าตอน จ.เชียงใหม่-ท่าเรือเชียงราย) พระธาตุสบฝาง บ้านแม่สลัก บ้านใหม่ บ้านเมืองงาม บ้านผาใต้ บ้านจะคือ บ้านผามูบใหม่ โป่งน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร)
- สวน สมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย (มีหนองบัวที่กว้างถึง 223 ไร่ เป็นสถานที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ เพราะน้ำในหนองบัวใสเย็นและเต็มเปี่ยมตลอดปี)
- พิพิธภัณฑ์ และศูนย์ศึกษาชาวเขา (สถานที่แสดงวิถีชีวิตของชาวเขาหกเผ่าในประเทศไทย ได้แก อาข่า มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง ลีซอ และม้ง มีการฉายสไลด์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมถึง 5 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน และฝรั่งเศส)
- พิพิธภัณฑ์อูบคำ (เป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ ประกอบด้วยเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่ เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่ ผ้าโบราณ และที่สำคัญไม่ควรพลาดชมคือ บัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต)
- แม่น้ำกก (นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำจากตัวเมืองเพื่อท่อง เที่ยว ชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก สองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ)
- หอวัฒนธรรมนิทัศน์ (ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงรายและพระราชกรณียกิจสมเด็จย่าที่ดอยตุง)
- วนอุทยาน น้ำตกขุนกรณ์ (น้ำตกขุนกรณ์เป็นน้ำตกสวยที่สูงที่สุดของจังหวัดเชียงราย ชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกตาดหมอก มีความสูงถึง 70 เมตร สองข้างทางที่เดินเข้าสู่น้ำตกเป็นป่าเขาธรรมชาติร่มรื่น)
- วัดพระธาตุดอยทอง
- วัด พระแก้ว (เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ปัจจุบันวัดพระแก้วเชียงรายเป็นที่ประดิษฐานพระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในวาระที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุ ครบ 90 พรรษา)
- วัดพระสิงห์ (วัดนี้นอกจากเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์แล้ว ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองบนแผ่นศิลา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช)
- อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
- วัดพระธาตุเจดีย์หลวง (ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน)
- ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย
- สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ)
- หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ (ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม เป็นศูนย์นิทรรศการ)
- การท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว-พม่า (จุดผ่านแดนจังหวัดเชียงรายมี 3 จุด คือ 1. ด่านอำเภอเชียงแสน ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองต้นผึ้ง 2. ด่านอำเภอเชียงของ ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองห้วยทราย 3. ด่านอำเภอแม่สาย ฝั่งตรงข้ามคือด่านท่าขี้เหล็ก)
- วัดสังฆาแก้วดอนหัน (ภาพขูดขีดบนแผ่นอิฐเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติตอนเวสสันดรชาดก เช่น พระเวสสันดรเดินป่า ชูชกเฝ้าพระเวสสันดร เป็นต้น)
- พระธาตุดอยปูเข้า (บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน)
- วัดพระธาตุจอมกิตติ
- วัดป่าสัก (ปลูกต้นสักล้อมกำแพงจำนวน 300 ต้น)
- วัด พระเจ้าล้านทอง (เจ้าทองงั่ว ราชโอรสพระเจ้าติโลกราช ได้ทรงหล่อพระพุทธรูปองค์หนึ่งหนักล้านทอง (1,200 กิโลกรัม) ขนานนามว่า พระเจ้าล้านทอง)
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน (ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา พระพุทธรูปและศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลทางด้านวิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และประวัติการสร้างเมืองเชียงแสน)
- วัดเจดีย์ เจ็ดยอด (ตัววัดหักพังหมดแล้ว เหลือแต่เพียงซากอิฐเก่าๆ แทบไม่เห็นรูปร่างเดิม อาจกล่าวได้ว่า วัดพระธาตุผาเงาและวัดเจดีย์เจ็ดยอดอยู่บนเขาลูกเดียวกัน)
- ดอยผาตั้ง (เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขาแนวพรมแดนไทย-ลาว ดอยผาตั้งถือเป็นเป็นจุดชมวิวไทย-ลาว)
- ดอยแม่สลอง (เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่)
- ดอยหัวแม่คำ (พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง(เยี่ยมชมพระตำหนัก พักรีสอร์ท เยือนหมู่บ้านชาวเขา เดินเท้าในดงกุหลาบพันปี))
- อนุสรณ์ชาวไทยเชื้อสายจีน (ที่บ้านสันติคีรีเป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ (ทจช.ก๊กมินตั๋ง) กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์)
- สถูปดอยช้างมูบ (เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของดอยตุง มีพระสถูปช้างมูบ เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ มีลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่ สภาพโดยรอบเป็นต้นโพธิ์ใหญ่ และต้นสนซึ่งใช้ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและต้นน้ำ)
- ศูนย์ ส่งเสริมการเกษตรที่สูงหัวแม่คำ (ปลูกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกลิลลี่ ดอกแกลดิโอลัส เยอร์บีรา ทิวลิป ศูนย์ฯ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว)
- สวนรุกขชาติแม่ฟ้า หลวง (เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเทือกเขานางนอน ดอยช้างมูบมีเส้นทางเดินลัดเลาะเข้าไปในดงกุหลาบพันปี ยิ่งสวยงามมากในช่วงที่ดอกซากูระบานในราวต้นเดือนมกราคม นางพญาเสือโคร่งและเสี้ยวดอกขาว จะออกดอกบานสะพรั่ง)
- ทุ่งบัว ตองดอยหัวแม่คำ (ดอกบัวตองที่ดอยหัวแม่คำจะบานรับฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือน ธันวาคมของทุกปี และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเขา)
- บ้านเทอดไทย (บ้านเทอดไทยยังเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเขาหลายเผ่าซึ่งสามารถพบเห็นได้ในตลาดยามเช้า)
- วนอุทยานภูชี้ฟ้า (ส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามราวภาพวาด ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล การจะเดินขึ้นไปชมทะเลหมอกควรจะขึ้นไปยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด)
- ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น (เป็นศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ ดอกซัลเวียสีแดง ต้นคริสต์มาสสีแดง หลากสีหลายพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวดอกไม้จะออกดอกสวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว)
- รอยพระบาทแห่งสันติภาพ (เป็นรอยพระบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประทับลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2525 ณ ฐานปฏิบัติการที่ดอยพญาพิภักดิ์ จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหาร)
อำเภอแม่สรวย
- วัดพระเจ้าทองทิพย์ (เป็นนามของพระพุทธรูปเก่าแก่ เดิมอยู่กรุงศรีสัตนาคนหุต (หลวงพระบาง) ประเทศลาว มีอายุประมาณพันปีเศษแล้ว เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธื์ของนครเชียงทอง ประจำนครมาแต่โบราณกาล สามารถดลบันดาล ให้ผู้ที่ไปขอพรสมความปรารถนาได้ดังที่ขอ)
- สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี (ศูนย์บริการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2) (จิบชาท่ามกลางทะเลหมอกบนดอยวาวี ดอยวาวี หรือดอยช้าง ทอดตัวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาบ้านดอยมีทัศนียภาพที่งดงาม)
- ถ้ำผาจม (เคยเป็นสถานที่ซึ่งพระภิกษุสงฆ์นั่งบำเพ็ญเพียรภาวนา เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีรูปปั้นของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ประดิษฐานไว้บนดอยด้วย ภายในถ้ำผาจมมีหินงอกหินย้อยอยู่ตามผนังและเพดานถ้ำ สวยงามวิจิตรตระการตา)
- ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเสาหินพญานาค (ดอยจ้องเป็นภูเขาหินปูน จึงประกอบด้วย ถ้ำหินงอก หินย้อย และทางน้ำไหลมากมาย)
- พระธาตุดอยเวา (บนยอดดอยเวายังเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอแม่สาย และท่าขี้เหล็กทางฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน)
อำเภอเชียงของ
- บ้านหาดบ้าย (เป็นหมู่บ้านของชาวไทยลื้อที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงาม)
- ท่าเรือบั๊ก (จุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย - ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้)
อำเภอแม่จัน
- พิพิธภัณฑ์พระ-ประทีปโกลด์แลนด์
- ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง (มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ)
- อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (ประกอบด้วยป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์มีความอุ้มน้ำสูง ทำให้ลำห้วยและน้ำตกในอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี อุทยานฯ ยังมีสัตว์ป่า และนกหลายชนิด)
- พระธาตุจอมแว่
จุดเด่น
พระ-เณร ขี่ม้าบิณฑบาต แนะนำการใช้งาน
ความกันดารแห่งแผ่นดินดอย มิใช่อุปสรรคแห่งธรรม ภาพที่หาชมยากบนดอยสูงของ อ.แม่จัน สำนักปฏบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทองซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลคมนาคม แม้แต่ชาวบ้านยังต้องใช้ม้าแกลบในการเดินทางและบรรทุกสัมภาระ เหตุนี้เจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์ฯ อดีตทหารม้าเก่าจึงให้พระและเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตไปยัง หมู่บ้านสี่หมื่นไร่ มีระยะทาง 5 วัน
การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน เลยจาก อ.แม่จันไป 1 กม. มีทางแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ถนนผ่านบ้านแม่สลอง สภาพถนนเข้าหมู่บ้านยังไม่สะดวก ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท.ภาคเหนือ เขต 2
โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674
ข้อมูลการเดินทาง
การเดินทางจากเชียงรายไปยังจังหวัดใกล้เคียง
จาก สถานีขนส่งเชียงราย มีรถโดยสารไปเชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง แม่สอด พิษณุโลก พัทยา นครราชสีมา นครพนม อุดรธานี และขอนแก่น ติดต่อสถานีขนส่งเชียงราย โทร. 0 5371 1224
รถยนต์
สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง ได้แก่
1. เส้นทางนครสวรรค์-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย จากรังสิตมาตามถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย จากนั้นผ่านจังหวัดอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก เข้าสู่จังหวัดลำปาง แล้วตรงไปจังหวัดพะเยา จนเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 830 กิโลเมตร
2. เส้นทางนครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 เมื่อไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ ให้แยกขวามือไปตามทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) จากจังหวัดพิษณุโลก ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ จนถึงอำเภอเด่นชัย ให้เลี้ยวไปทางจังหวัดแพร่ ตามทางหลวงหมายเลข 101 (แพร่-น่าน) จนถึงอำเภอร้องกวาง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 103 ไปบรรจบกับถนนพหลโยธินที่อำเภองาว เข้าสู่จังหวัดพะเยา แล้วตรงต่อไปจนถึงเชียงราย ระยะทางประมาณ 804 กิโลเมตร
3. เส้นทางนครสวรรค์-ลำปาง-เชียงใหม่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 จนไปถึงจังหวัดลำปาง จึงเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เชียงใหม่) ผ่านไปจังหวัดลำพูน แล้วเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านดอยสะเก็ต แม่ขะจาน เวียงป่าเป้าเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 900 กิโลเมตร มีทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูนมาลำปาง บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้
รถไฟ
จาก สถานีรถไฟหัวลำโพง มีรถไฟไปลงที่จังหวัดลำปางหรือเชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ ไปจังหวัดเชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง
มี รถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ ของ บ.ข.ส. และของเอกชน ไปเชียงรายทุกวัน แบ่งเป็นหลายเส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ – เชียงราย, กรุงเทพฯ – แม่สาย, กรุงเทพฯ – เชียงแสน, กรุงเทพฯ – เชียงของ โดยจะมีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2852-66 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1369 หรือบริษัท สยามเฟิร์สทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2954 3601-7 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1882 บริษัท สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495 สำนักงานเชียงราย บริษัท อินทราทัวร์ โทร. 0 2936 2492 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1235 บริษัท คฤหาสน์ทัวร์ โทร. 0 2936 3531 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 7083 นอกจากนั้นยังมีรถโดยสารสายเชียงราย–เทิง-เชียงคำ ทั้งรถปรับอากาศและรถพัดลม รถออกจากเชียงรายและเชียงคำ ทุก 30 นาที รถออกตั้งแต่เวลา 06.00 น. และรถโดยสารสายเชียงราย–เทิง–ภูซาง–ภูชี้ฟ้า เป็นรถพัดลม มีรถออกวันละ 2 เที่ยว รถออกจากเชียงราย เวลา 12.30 น. และ 13.30 น. ทุกวัน และรถออกจากภูชี้ฟ้า เวลา 07.30 น. และ 8.30 น. ทุกวัน สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 0 2940 9421-2 หรือ 0 1646 7427 www.transport.co.th
เครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย และเที่ยวบินไป-กลับ ระหว่างเชียงราย-เชียงใหม่ ทุกวัน วันละ 2 เที่ยว สอบถามรายละเอียด โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1179, 0 5371 5207 สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5321 0043-5, 0 5321 1044 www.thaiairways.com
นอกจากนี้สายการบิน วัน-ทู-โก บริการเที่ยวบิน กรุงเทพ-เชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1126 หรือ www.fly12go.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น